พญาเถรกวาด ปู่จุก จอมอาคม

พญาเถรกวาด ปู่จุก จอมอาคม 

แต่โบราณครูในสายวิชาเมตตา เสน่ห์ที่หลายคนมักจะนึกถึง ก็คงจะเป็นพ่อขุนแผน พ่อเพชรพญาธร บรมครูปู่เจ้าสมิงพรายฯลฯ แต่จริงๆแล้วยังมีบรมครูในสายเสน่ห์เมตตาอีกท่านหนึ่ง ที่อาจารย์หลายท่านให้ความเคารพนับถือเช่นกัน ท่านก็คือ "เถรขวาด" ด้วยครูบาอาจารย์โบราณท่านได้รจนายกย่องอิทธิคุณไว้ว่า เถรขวาดนี้เป็นผู้เรืองอาคมในด้านวิชชามหาเสน่ห์เป็นที่สุด มีวิชาผูกหุ่น ฝังรูปฝังรอย เรียกจิตมัดใจ ทำให้ใครต่อใครสมหวังในความรัก แถมยังเป็นผู้ที่มากด้วย ลาภสักการะ ทรัพย์สินแก้วแหวนเงินทองเป็นที่สุด

ซึ่งเรื่องนี้ทางลูกศิษย์เคยอ้อนวอน ขอเมตตากับปู่จุกท่านว่า อยากให้ปู่ท่านเสกวัตถุมงคลที่มีอิทธิคุณในทางมหาเสน่ห์ เมตตา และยังมีโชคลาภ ทำมาค้าขึ้น แบบอยู่ในองค์เดียวกันทูอินวันไปเลย ปู่ท่านว่าไอ้เรื่องโชคลาภ ท่านเองเมื่อสมัยก่อนก็เคยได้เสกธงพญาจรเข้เรียกลาภไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่ปัจจุบันหาไม่พบเลย เรียกว่าใครได้ไปก็หวงแล้วกัน แต่ไอ้ที่ว่าหากจะให้บังเกิดมหาเสน๋ห์ร่วมด้วยนั้น ก็คงเห็นจะไม่พ้น "พญาเถรกวาด" หลายคนที่ได้ยินแย้งปู่ว่า "เถรขวาดไม่ใช่หรือครับ" ปู่ท่านว่า เถรกวาดสิ กวาดน่ะกวาด..!!

ท่านอธิบายคำว่า กวาดคือ ลักษณะ รวบเอามาเป็นของเราทั้งหมด ถ้าในเชิงเสน่ห์เมตตา ต้องเรียกว่าหัวกระไดไม่แห้ง กวาดเอาจิตใจสาวเล็ก สาวใหญ่ สาวแก่ แม่ม่าย ทั้งหญิง-ทั้งชายกวาดเรียบหมดไม่มีเหลือ แม้นไปค้า ไปขาย ก็กวาดลูกค้า กวาดเงิน กวาดทอง กวาดโชค กวาดลาภ เรียกว่า มีกินมีใช้ ไม่มีอด ถึงจะหมด ก็จะมีคนมาช่วยอุปถัมภ์อยู่เสมอๆ นี่คืออำนาจมนต์วิชชาแห่งพญาเถรกวาด

 

ด้วยรูปลักษณ์เครื่องรางพญาเถรกวาด ที่สวยงามลงตัวไม่ซ้ำแบบใคร ประหนึ่งดั่งพญาจระเข้ผู้บำเพ็ญตบะมายาวนานอธิษฐานแปลงกาย ดูเปี่ยมด้วยอำนาจ อาคมและมนต์ขลัง ซึ่งพญาจระเข้เถรกวาดนั้น ครูท่านขลังท่านแรง แต่ละขั้นตอนในการจัดสร้าง จึงต้องมีพิธีกรรมที่พิถีพิถันทั้งสิ้น ตั้งแต่ชนวนมวลสาร อันได้แก่

1.ตะกั่วอวน ซึ่งเป็นตะกั่วอวนเก่าที่ใช้งานมาแล้วจำนวนมากหนักหลายสิบกิโล ทั้งขนาดเล็กและใหญ่(ที่เอาทั้งใหญ่และเล็ก เอาเคล็ดที่ว่าเล็กใหญ่กินเรียบไม่เหลือ) ซึ่งตะกั่วอวนนี้เชื่อกันว่า ดีทางด้านสะกดข่มสิ่งต่างๆรอบตัวที่จะมีอำนาจเหนือเราหรือเป็นภัยแก่เรา และยังดีเด่นทางด้านความอุดมสมบูรณ์ บังเกิดลาภผลเจริญด้วยโภคทรัพย์ ปู่ท่านยังได้เสริมว่าขนาดตะกั่วอวนเปล่าๆเอามาลงยันต์ มาเสก ยังสะกดได้ยันอิสตรีเชียวน๊า!!

2.ตาข่ายอวน ซึ่งตาข่ายอวนนี้ก็จะต้องเป็นของที่ใช้งานมาแล้วเช่นกัน เรียกว่ากวาดมาหมดแล้วทั้งปลาใหญ่ ปลาเล็กปลาน้อย โดยปู่ท่านว่ามันมีอาถรรพ์ตามธรรมชาติไอ้ของพวกนี้ แม้แต่เอามาครอบหัว พันตัวเล่นๆก็ไม่ได้โบราณเขาถือ มันไม่ดี โดยท่านเอาตาข่ายอวนมาเสกแยกต่างหาก ท่านบอกว่าปมเชือกที่ผูกในตาข่ายอวนนี้สำคัญนัก เป็นดั่งปมที่ร้อยรัดมัดตรึง ดักเอาทุกสิ่งไว้ไม่ให้มีโอกาสหลุดรอดไปได้ ตรึงดักให้คนมารัก ตรึงดวงจิตดวงใจ ตรึงดักโภคทรัพย์เงินทองไว้ ไม่ให้เล็ดรอดเสื่อมสูญ คนที่ทำมาหาได้ แต่เก็บทรัพย์ไม่ค่อยจะอยู่ ยิ่งต้องมีไว้ติดตัว

**ซึ่งทั้งตะกั่วอวน และตาข่ายอวนนั้น ยังมีเคล็ดลับในการเอามาตามตำราอีกด้วย และที่สำคัญสิ่งของเหล่านี้ต้องได้ฟรีเท่านั้น ห้ามเสียสตางค์ซื้อหามาเป็นเด็ดขาด

ในส่วนการหล่อหลอมชนวนขึ้นเป็นรูปเหมือนพญาเถรกวาดนั้น ต้องมีแผ่นยันต์ชนวน และนำไปหล่อหลอมผสมเข้ากับเนื้อตะกั่วอวนที่ปู่ท่านเสกกำกับไว้ ให้ออกมาเป็นเนื้อหาต่างๆ ในฤกษ์ผานาทีจนครบถ้วนสมบูรณ์

จะสังเกตได้ว่า พญาเถรกวาด ชุดนี้ของปู่จุกท่าน ดีตั้งแต่ชนวน มวลสารและพิธีกรรมอย่างมาก แทบเรียกได้ว่าขลังตั้งแต่ยังไม่ต้องปลุกเสกซ้ำกันเลยทีเดียว

กล่าวถึงในส่วนพิธีปลุกเสกชุบมนต์วิชชาพญาเถรกวาดนั้น ก่อนเริ่มพิธีปู่จุกท่านได้ขอนำรูปมาพิจารณาเพื่อตั้งนิมิต แล้วจึงเข้าทำการปลุกเสกตั้งแต่ เรียกรูป เรียกนาม ตั้งธาตุ หนุนธาตุ ใส่อาการ32 ตามลำดับ แล้วท่านก็ร่ายมนต์โองการต่างๆ ทั้งเมตตา มหาเสน่ห์ มหาละลวย มหาจังงัง มหาอำนาจ มนต์จินดามณีมหาโภคทรัพย์ เรียกเนื้อ เรียกปลา เรียกทรัพย์รับโชค

จนถึงตอนท้าย ท่านได้ร่ายคาถา ที่พอจับใจความได้ว่า "เอหิมามา พญากุมภี... ซึ่งท่านท่องซ้ำๆอยู่หลายเที่ยว ซึ่งตรงนี้ก็มีเรื่องที่น่าแปลกคือ พานที่แยกใส่พญาเถรกวาดตัวครูที่อยู่เบื้องหน้าปู่ท่าน ตัวพญาเถรกวาดในพานนั้นเหมือนมีอาการสั่นไหวได้เอง แต่ก็ไม่ถึงกับกระโดดโลดเต้น ซึ่งคนที่นั่งรอก็พยายามสะกิดบอกกันและเพ่งดู แต่บางทีด้วยความเหนื่อย จนอาจจะตาฝาด อันนี้ไม่ขอยืนยัน แต่โดยส่วนตัวตั้งแต่พ่องั่งมหาเสน่ห์ของปู่ท่าน ตอนปลุกเสกก็มีลักษณะคล้ายแบบนี้เหมือนกัน

หลังจากปลุกเสกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปู่ท่านได้บอกเล่าจากนิมิตว่า "ของนี้ดีนัก ขึ้นแรง ครูจระเข้ ครูวิชชาท่านเมตตามาช่วยหมด ไม่เห็นกันรึ!!ตัวใหญ่ดำทะมึนเลย เสน่ห์เมตตา โชคลาภค้าขาย สารพัดจะใช้ตามอธิษฐานเอาเถิดนะ ปู่ขอประสิทธิให้ทุกๆคน"

 

จะขอเกริ่นกล่าวถึงเครื่องรางพญาเถรกวาดเนื้อหาต่างๆ และมวลสารสำคัญที่ใช้ในการบรรจุเสริมฤทธิคุณในองค์บรมครูพญาเถรกวาด ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1.เนื้อมหาชนวนสัตตโลหะ ตัวครู

ซึ่งเนื้อนี้เป็นส่วนผสมของโลหะเจ็ดชนิดและตะกั่วอวนเสกหลอมรวมกัน วรรณะสีผิวจะออกสุกสว่างคล้ายเนื้อเหรียญบาท(วรรณะเนื้อนี้สูตรของแต่ละสำนักจะไม่เหมือนกัน) เชื่อกันว่ามีอิทธิฤทธิ์เป็นดั่งเนื้อกายสิทธิ์ประเภทนึง โดยที่ใต้ฐานพญาเถรกวาดตัวครูนี้จะอุดผงมหาละลวยแฝด ผงนะกวาด(กิน)ไม่รู้สิ้น ตลอดจนถึงผงสำคัญต่างๆทางมหาเสน่ห์ที่ปุ่จุกเคยเขียนลบไว้แบบเข้มข้น ฝังตะกรุดนะกวาด(กิน)ไม่รู้สิ้น เนื้อทองคำแท้ 1 ดอก ฝังปมเชือกตาข่ายอวนที่ปู่ท่านปลุกเสกทำวิชชารัดตรึงดวงใจไว้ และยังฝังพลอยเสกหนุนทางโชคลาภกำกับอีกด้วย จัดสร้างจำนวน 108 ตน

2.เนื้อชนวนผิวโบราณ

เป็นเนื้อที่นำเอาทองแดงและทองเหลืองมาผสมเข้ากับตะกั่วอวนเสก โดยปล่อยให้ผิวพรรณวรรณะเป็นแบบธรรมชาติ มิได้ขัดแต่งอันใด ซึ่งเมื่อสำเร็จออกมาจะดูเข้มขลังแบบโบราณงดงามทรงคุณค่า แต่ละตนก็จะมีสีสันแตกต่างกันออกไปไม่ซ้ำ โดยที่ใต้ฐานพญาเถรกวาดเนื้อนี้ จะอุดด้วยผงว่านต่างๆเป็นหลัก ผสมผงตาข่ายอวนที่ทำการบดปั่นละเอียด และผสมผงนะกวาด(กิน)ไม่รู้สิ้นเป็นเชื้อเติมลงไป ฝังตะกรุดนะกวาด(กิน)ไม่รู้สิ้น เนื้อโลหะสีเงิน 1 ดอก และยังฝังพลอยเสกหนุนทางโชคลาภกำกับอีกด้วย จัดสร้างจำนวน 268 ตน

**พญาเถรกวาดนี้ไม่มีส่วนผสมจากซากศพ ภูติผีอันใด จึงไม่ก่อเกิดทุกข์โทษเวรภัย หรือของเข้าตัวแก่ผู้บูชา เพราะสำเร็จด้วยอำนาจแห่งมนต์วิชชาและแรงครู สามารถพกพาได้ทุกรูปแบบ จะห้อยคอ(ควรแยกจากสร้อยพระ) แขวนเอว ห้อยพวงกุญแจ เข้าในที่อโคจรได้ไม่ห้ามเลย เว้นแต่หากจะมีกิจกรรมเข้าจังหวะชาย-หญิง จึงให้ถอดเก็บเสีย จะได้มิเป็นการปรามาสครูเถรกวาดท่าน **ในส่วนวิธีบูชา เคล็ดลับแบบละเอียดพร้อมคาถาจะมีให้ตอนบูชา

Visitors: 983