ขุนแผนมนต์หินแตก(สายหลวงปู่ศุข) อาจารย์มนัส

เชื่อกันว่า ขนาดก้อนหินยังแหลกเป็นเม็ดทราย แล้วนับประสาอะไรกับหัวใจของคน นี่คือนิยามความแรงของขุนแผนเจ้าชู้ไก่แจ้มนต์หินแตก ของท่านอ.มนัส จัดสร้างสืบทอดตามตำรับเคล็ดวิชาสำนักวัดปากคลองมะขามเฒ่าอันโด่งดัง

นับเป็นครั้งแรกที่ท่านอ.มนัส ผู้เป็นดั่งคลังแสงแห่งพระเวทย์ในยุคปัจจุบัน ได้บรรจงจัดสร้างขุนแผนเจ้าชู้ไก่แจ้ขึ้นมา โดยท่านได้อัญเชิญเอายันต์มหาเสน่ห์ทีเด็ดมาใส่ไว้ที่ด้านหลัง นั่นก็คือ ยันต์หินแตก ฟังชื่อแล้วอาจจะคิดว่าเด่นไปด้านคงกระพันเนื้อหนังคงทนดั่งหินผารึปเล่า แต่ไม่ใช่เลยยันต์หินแตกนี้ แต่เดิมเป็นของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ท่านได้ใช้เคล็ดจดคาถาแล้วสอดลอดร่องไม้กระดานให้กับหลวงพ่อพุฒ สารสุขลูกศิษย์ของท่าน ซึ่งขณะนั้นบวชเป็นสามเณรที่ใครๆเรียกกันว่าเณรโด่ง มาภายหลังสิ้นหลวงปู่ศุข หลวงพ่อพุฒจึงได้สึกออกมาใช้ชีวิตเพศฆราวาสเป็นช่างตัดผม และเคยได้ใช้วิชายันต์หินแตกนี้กำราบพยศของอาหมวยลูกเถ้าแก่ใหญ่ในตลาดมาแล้ว

โดยน้องหมวยคนนี้ค่อนข้างจะหยิ่งเพราะถือว่าตนหน้าตาดีและฐานะทางบ้านค่อนข้างรวย วันหนึ่งนายพุฒจึงได้ฉีกกระดาษมาบริกรรมคาถาพระยันต์หินแตกแล้วปาใส่หลังน้องหมวยคนนี้ไป พอก้อนกระดาษปาไปถูกหลังเท่านั้นแหละ น้องหมวยได้หันกลับมาทันที แต่แทนที่จะด่าท่านสาดเสียเทเสีย คราวนี้กลับหันมายิ้มนัยตาพริ้มเชียว

พวกช่างตัดผมเพื่อนท่านต่างก็งงกันใหญ่ว่าทำไมนายพุฒถึงรอดพ้นจากการประหารด้วยฝีปากของน้องหมวยคนนี้มาได้หลังจากนั้นท่านว่าทุกๆวันที่น้องหมวยเดินผ่านจะต้องส่งสายตายิ้มหวานให้ท่านตลอดอยู่คนเดียว แม้นท่านไม่นั่งอยู่หน้าร้านเวลาน้องหมวยเดินผ่านก็ต้องหยุดชะเง้อมองหาท่าน ถึงตรงนี้หลวงพ่อพุฒบอกท่านอ.มนัสว่า จริงๆถ้าท่านจะคิดล่วงเกินน้องหมวยคนนี้นั้นไม่ยากเลย แต่ท่านไม่ทำ ท่านแค่อยากทดสอบลองพระยันต์คาถาหินแตกที่ท่านเรียนมาจากหลวงปู่ศุขว่าจะใช้ได้ผลจริงไหมเท่านั้นเอง..

ซึ่งวิชายันต์หินแตกนี้หลวงพ่อพุฒก็ได้เมตตาครอบวิชาถ่ายทอดให้ท่านอ.มนัสมาหมดสิ้น โดยที่หลวงพ่อพุฒแนะเคล็ดว่าก่อนเสกยันต์คาถาให้รำลึกถึงหลวงปู่ศุขพระอาจารย์ใหญ่เสียก่อน และนอกจากยันต์หินแตกที่อ.มนัสเอามาประทับไว้เพื่อความขลังแล้ว ท่านยังได้นำหัวใจขุนแผนในสายวิชาหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา ที่ท่านได้ไปเรียนมาจากท่านพระพิชัยณรงค์ฤทธิ์ วัดคอกหมูมาล้อมกำกับไว้อีกชั้นหนึ่งด้วย จึงนับได้ว่าเฉพาะแค่ตัวองค์พระและอักขระเลขยันต์ที่วางกำกับไว้ก็ศักดิ์สิทธิ์มากแล้ว

มาในส่วนมวลสารนั้นเป็นของที่ท่านอ.มนัสเก็บสะสมไว้นานนับสิบปี เช่นผงพุทธคุณ ผงอิทธิเจของหลวงพ่อพุฒ สารสุข ผงอิทธิเจของหลวงปู่สี วัดถ้ำเขาบุญนาค ผงมหาราช วัดปากน้ำ ผงไม้ไก่กุก ผงไม้แหย่แย้ ผงอิทธิเจที่ท่านอ.มนัสลบสูตรไว้ฯลฯ และยังมีว่านที่ประกอบด้วยอิทธิคุณทางเมตตา มหาเสน่ห์ มหานิยม โชคลาภตามตำราอีกด้วย นอกจากนั้น อ.มนัสท่านยังได้จารตะกรุดแผ่นเงิน แผ่นทองคำลงยันต์กำกับเสริมฤทธิ์ความแรงให้กับขุนแผนหินแตกชุดนี้อีกเป็นเท่าทวี

ในด้านการปลุกเสกอาจารย์ท่านได้ปลุกเสกอธิษฐานจิตซ้อนวิชาในทุกๆวันตามฤกษ์งามยามมงคลเป็นเวลานับแรมเดือน และท้ายที่สุดของวิชาท่านได้กราบอัญเชิญดวงจิตอันเป็นทิพย์ของบรมครูหลวงปู่ศุข วัดปากคลองฯ หลวงปู่ทอง วัดราชโยธา หลวงพ่อพุฒ พระครูพิชัยฯให้เมตตาลงมาประสิทธิความขลังให้กับขุนแผนชุดนี้ให้เข้มขลัง มีพลังรุนแรงเหมือนดั่งสมัยที่ครูบาอาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ปลุกเสกทุกประการ อ.มนัสท่านว่าพลันได้บังเกิดแสงสีทองขึ้นมาจนท่วมกองวัตถุมงคล ท่านจึงมั่นใจว่าขุนแผนยันต์หินแตกชุดนี้ดีครบสมใจนึกทุกประการแน่นอน

ขุนแผนยันต์หินแตกชุดนี้ประกอบขึ้นด้วยพุทธคุณและพระเวทย์แห่งมนต์ครูบาอาจารย์ มิได้มีส่วนผสมอาถรรพ์หรือน้ำมันพรายใดๆ จึงไม่ก่อเกิดทุกข์โทษเวรภัยต่อผู้บูชา พึงใช้ในทางที่ชอบและที่ควรเถิด จะสำเร็จสมหวังดังใจปรารถนาทุกๆประการฯ

ขุนแผนเจ้าชู้ไก่แจ้มนต์หินแตก มี 2แบบดังนี้

1.ขุนแผนเจ้าชู้ไก่แจ้มนต์หินแตก แบบองค์ครู ขนาดกว้าง2ซม.สูง 3ซม.มวลสารหัวเชื้อล้วนๆเนื้อๆเน้น ฝังตะกรุดทองคำ จัดสร้างเพียง 50 องค์  (มีคาถาหินแตก กระแทกใจให้กำกับโดยเฉพาะ)

2.ขุนแผนเจ้าชู้ไก่แจ้มนต์หินแตก แบบกรรมการ ขนาดกว้าง2ซม.สูง 3ซม.มวลสารผสมแก่ผงว่านต่างๆ ฝังตะกรุดเงิน จัดสร้างเพียง 299 องค์  (มีคาถาหินแตก กระแทกใจให้กำกับโดยเฉพาะ)

Visitors: 3,638