ไทย

มีความภูมิใจนำเสนอสุดยอดอาจารย์ฆราวาสอีกท่านหนึ่ง ที่ครูบาอาจารย์หลายๆท่านให้การยอมรับทั้งในสายวิชาและอำนาจจิตที่กล้าแกร่งของท่าน

"จากเด็กที่ถูกซื้อมาด้วยราคาเพียง1บาท
ฝึกฝนวิชาจนสำเร็จ เคยลองวิชากับสุดยอดเกจิสมัยนั้น
ท่านก็ยังยอมทางให้ เจ้าตำรับนะหน้าทองสะท้านแผ่นดิน

เป่าเข้าหน้าผากหายเป็นอัศจรรย์
และวิชาเชือกสามปม สะกดปืน.."

ประวัติส่วนตัวโดยย่อของ ท่านอาจารย์สุนทร เฝือกเที่ยง เจ้าตำรับนะหน้าทองสะท้านแผ่นดิน

เมื่อ ๖๐ ปีที่แล้ว เด็กชายวัย ๒ เดือน ที่พระธุดงค์หรือหลวงปู่เพชร (พระอภิญญาแห่งแดนเขมร ) ซื้อมาจากพ่อแม่ด้วยเงินเพียง ๑ บาท ถูกเลี้ยงดูมาในย่ามของหลวงปู่ ที่สะพายเด็กน้อยรอนแรมไปทั่วกว่าครึ่งชีวิต เติบโตมากับข้าวก้นบาตร และอยู่ภายใต้ร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนา ท่านบวชเณรเมื่ออายุ ๑๒ ปี ติดตามหลวงปู่ไปทั่วทั้งป่าช้า ป่าลึก ที่รกร้างห่างไกลผู้คน ขณะที่ติดตามหลวงปู่ก็ได้สอนให้บริกรรมภาวนา ไปเรื่อยๆ จนจิตเกิดความสงบตั้งแต่ขั้นต้นไปถึงขั้นกลางและเข้าสมาธิชั้นสูง

ในขณะที่เข้ากรรมฐานนั้นจิตของตนเองได้ดิ่งลึกเข้าสู่สมาธิชั้นสูงอย่างรวดเร็ว เป็นจิตที่เข้าสมาธิจนขาดสิ้นภาวะทางกายรวมทั้งลมหายใจ ต่อมาหลวงปู่เพชรเห็นความชำนาญในการเข้าสมาธิของตนดีแล้ว จึงสอนวิชาการถอนของ การจับผี และที่สำคัญคือการใช้พลังจิตเป่าทองเข้าหน้าผาก จากนั้นเมื่ออายุได้ ๑๕ ปีก็สำเร็จ หลวงปู่เพชร ก็ให้สึกมาใช้ชีวิตฆราวาส โดยฝากฝังให้นำเอาวิชานะปัดทองมาช่วยพุทธศาสนา เพื่อจะได้นำมาทำบุญมาสร้างวัดวาอารามต่อไป

นอกจากวิชาเป่าทองแล้ว อาจารย์สุนทรก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านการปลุกเสกวัตถุมงคล ไม่ว่าจะเป็น ปลัดขิก ตะกรุด สาริกา ฯลฯ ซึ่งได้รับการยอมรับและพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วในอดีตเมื่อย้อนไปหลายสิบปีท่านอาจารย์ท่านชอบเล่นทางอยู่คงมาก คือหลังจากการเสกเสร็จแล้วต้องลองยิงให้ท่านดูก่อน หากยิงออกแสดงว่าพิธีล่มของไม่ดีจริง ท่านจะไม่ให้ใครเอาไป ต้องนำมาเสกใหม่

แต่ตั้งแต่ทำมายังไม่เคยมีครั้งไหนที่ยิงออก หากยิงออกก็ยิงไม่เข้า การทดสอบที่น่าหวาดเสียวที่สุด ก็คือการที่ท่านให้ศิษย์ของท่านลองยิงตัวท่านดู ซึ่งปรากฏว่าเป็นอัศจรรย์ว่ายิงออกแต่ไม่เข้าเป็นหนังเหนียวทรหด คงกระพันชั้นสูง โดยดูที่ตัวท่านจะมีลอยแผลที่มีลักษณะเป็นจ้ำ ๆ โดยอาจารย์สุนทรท่านได้บอกว่า “ไอ้ที่ลองน่ะ! ไม่ใช่โอ้อวด หลวงพ่อ(หลวงปู่เพชร)ท่านสั่งไว้ห้ามโอ้อวด แต่ทำอะไรต้องให้ใช้ได้จริง ถ้าใช้ไม่ได้ก็ไม่ให้ออกไป สมัยก่อน ลองกันทุกวัน วิชาต่างๆ ก็เรียนมาเยอะแล้ว เรียนแล้วก็ต้องพิสูจน์ ก่อนนี้ชอบมากเรื่องพวกนี้ เล่นทางเหนียวอยู่คง(คงกระพัน)”

แต่เดี๋ยวนี้ท่านว่าท่านก็ยังเสกทางคงกระพันได้ แต่มันเหนื่อย ประกอบกับวัยที่มากขึ้น จึงได้หันมาทำของวัตถุมงคลและวิชาทางเสน่ห์เมตตา ค้าขายดีกว่า ดูจะเหมาะสมกับยุคปัจจุบันที่สุด และที่ผ่านมาของทางสายเมตตา เสน่หา โชคลาภของท่าน ก็มีชื่อเสียงและก่อประสบการณ์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ต่อลูกศิษย์ที่เคารพศรัทธาเชื่อถือมากมายเช่นกัน ต่างยกย่องกันว่าสุดยอด!! ครับ

ทางคุ้มเทวาขอเผยแผ่บารมีอาจารย์สุนทร เฝือกเที่ยงให้ยังคงอยู่ไปอีกนานเท่านานครับ

อ.สุนทร เฝือกเที่ยง เจ้าตำรับนะหน้าทองสะท้านแผ่นดิน

อาจารย์ฆราวาสผู้สำเร็จวิชานะปัดตลอด เป่าทองเข้าหน้าผากโดยไม่ต้องแกะกระดาษ หรือแม้แต่เป่าทองเข้าวัตถุมงคลท่านก็เคยทำมาแล้ว เล่นเอาลูกศิษย์และผู้อยู่ในเหตุการณ์ อึ้งและทึ่งในพลังจิตของท่านไปตามๆกัน

ท่านสำเร้จวิชาเป่าทองนี้มาจากหลวงพ่อเพชร ครูบาอาจารย์ใหญ่องค์สำคัญของท่าน ตลอดระยะ 30กว่าปี ท่านได้ใช้วิชาเป่าทองนี้สงเคราะห์ลูกศิษย์นับหมื่น นับแสนคน ต่างได้ดิบได้ดี ทำมาค้าขายร่ำรวย บังเกิดเมตตามหานิยมขั้นสูง ปราถนารักใคร่ล้วนสำเร็จสมหวังดังใจ นี่แหละคือของจริง อาจารย์ผู้มีพลังจิตเป็นอัศจรรย์ที่สัมผัสได้ในยุคปัจจุบัน

ท่านอ.สุนทร เฝือกเที่ยง เจ้าตำรับนะหน้าทองสะท้านแผ่นดิน เป่าทองเข้าหน้าผากโดยไม่ต้องแกะกระดาษ ทองหายวับเป็นอัศจรรย์
วันนี้แอดมินขออนุญาติท่านเป่ารวดเดียว12แผ่นและขอบันทึกวีดีโอไว้เพื่อเผยแผ่ตำนานอาจารย์ฆราวาสท่านนี้สืบไปเบื้องหน้า

เป่าทองเดิมพัน 3,000,000บาท

เรื่องนี้เกิดเมื่อ10กว่าปีมา สมัยที่ท่านอ.สุนทร มาเป่าทองช่วยสร้างวัดกำแพง ที่ กทม. เนื่องจากความมหัศจรรย์ของอำนาจจิตในการเป่าทองของท่าน จนทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาหาท่านที่วัดกำแพงมากมาย จนมีเถ้าแก่เจ้าของกิจการคนหนึ่งจึงเกิดคะนองขอท้าทาย และเดิมพันกับท่าน โดยเถ้าแก่คนนี้หาว่าวิชาเป่าทองของท่านอ.สุนทรเป็นการเล่นกล เลยขอท้าเป่าทีเดียวเลย 108แผ่น ถ้าหากอ.สุนทร เป่าได้จริง ตัวเถ้าแก่เอง จะขอรับเป็นเจ้าภาพลูกนิมิต ลูกเอกของวัดกำแพง ในราคา 3,000,000บาท ท่านอ.สุนทรก็ได้รับคำท้า

พอถึงวันนัด สักขีพยานก็มากันมากมาย ทางเถ้าแก่ได้เตรียมแผ่นทองคำเปลวแท้มาเองจำนวน 108แผ่น และมีการตรวจสอบความเรียบร้อย จากนั้นท่านอ.สุนทรก็ให้เถ้าแก่คนนั้นจับแผ่นทองที่ยังไม่แกะกระดาษทั้งหมดวางไว้ที่หน้าผากตนเอง โดยอ.สุนทรท่านเพียงใช้มือกดไว้เท่านั้น จากนั้นท่านก็ร่ายคาถา แล้วก็เป่าไป พ้วง!

ผลปรากฎ ทองคำเปลวทั้ง 108แผ่น ได้หายวับไปอย่างอัศจรรย์!!

เล่นเอาเถ้าแก่คนนี้หน้าซีด และจำเป็นต้องยอมเซ็นเชค รับเป็นเจ้าภาพแต่โดยดีในราคา 3,000,000บาท เสียเดิมพันให้กับท่านอ.สุนทร

**เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงท่ามกลางพยานในวันนั้นมากมาย แต่ละคนต่างทึ่งในสายวิชานี้ของท่านอ.สุนทรมากครับ จึงขอบันทึกเอาไว้เป็นหนึ่งตำนานของท่านอ.สุนทร เฝือกเที่ยงครับ

ยอมทางอ.สุนทร

เรื่องนี้เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณปี 252..กว่าๆ ในขณะที่ชื่อเสียงของท่านอ.สุนทรเริ่มมีคนรู้จักกว้างขวางขึ้นว่าเป็นผู้เรืองวิชาอาคม จึงได้มีพระเกจิดังเมืองนครสวรรค์(ขออนุญาตไม่ออกนาม) วันหนึ่งได้มาพบกับอ.สุนทรเข้า เมื่อผู้เรืองวิชาทั้ง2ท่านมาพบกัน จึงได้มีการนัดทดสอบเชิงไสยเวทย์ขึ้น โดยทั้ง2ท่านนัดกันมีกติกาประมาณนี้ คือ ให้ต่างคน ต่างไปทำวัตถุมงคลที่ตนเองถนัด ในสายทางวิชามหาอุต มาคนละอย่างแล้วอีกประมาณ 3เดือนมาพบกันหลังออกพรรษา เพื่อเอาวัตถุมงคลนั้นๆมาทดสอบอานุภาพด้วย "ปืน"

วันเวลาล่วงผ่านไป จวบจนออกพรรษาถึงวันนัดหมาย ผู้เรืองอาคมทั้ง2ท่านก็มาพบกันอีกครั้ง พร้อมกับลูกศิษย์ของทั้งสองฝ่ายเป็นสักขีพยาน ทางฝ่ายหลวงพ่อชื่อดัง จึงได้ยื่นเครื่องรางที่ท่านนั้นมั่นใจมาก และปลุกเสกมาตลอดไตรมาสให้ลูกศิษย์อ.สุนทรเอาไปทดสอบนั่นก็คือ "มีดหมอ"

หลังจากสิ้นเสียงนกสับจากปืนที่ลองทดสอบอานุภาพ มีดหมอ ดัง แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ แล้วเสียงทั้งสองฝ่ายก็พูดกันอื้ออึงว่ามีดหมอของหลวงพ่อท่านนี้สุดยอดมากๆ ไม่เสียชื่อตำนานครูอาจารย์

มาถึงคิวท่านอ.สุนทรบ้าง ท่านกลับสร้างความฉงนให้คนที่มาวันนั้น คือท่านไม่ได้ทำเครื่องรางใดๆมาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว แล้วก็สร้างความงุนงงให้กับคนที่รอดูอยู่มาก ว่าอย่างนี้แล้วจะทดสอบอะไร นอกจากยอมแพ้ทางหลวงพ่อนั้นไป

ท่านอ.สุนทรก็ยิ้ม และมองไปเบื้องหน้า เห็นเถาวัลย์ระย้าห้อยอยู่ ท่านก็เดินไปแล้วกลั้นใจ เด็ดเถาวัลย์นั้นลงมา พร้อมกับภาวนาพระคาถาที่ร่ำเรียนมาจากหลวงปู่เพชร กลั้นใจ มัดเงื่อน 3ปมกับเถาวัลย์์นั้นเส้นนั้น พร้อมเป่าพรวดลงไป แล้วก็ยื่นให้ลูกศิษย์ฝั่งหลวงพ่อองค์นั้นไปทดสอบ

ผลปรากฎเสียงปืน ที่สับไกไปก็ดัง แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ!!

เสียงคนที่มุงดูยิ่งส่งเสียงกันเซ็งแซ่ หลวงพ่อองค์นั้นจึงได้เดินเข้ามาจับมิอท่านอ.สุนทรไว้พร้อมกับกล่าวว่า "โยมอาจารย์แน่จริงๆฉันเสกมีดมาตั้งหลายเดือนถึงมาลอง แต่โยมอาจารย์เสกไม่ถึง5นาทีก็ลองได้แล้ว"

ทางท่านอ.สุนทรก็ได้แต่ไหว้แล้วก็บอก"ต้องขอบคุณที่หลวงน้า เมตตาออมมือให้ผมมากกว่า"

เรื่องนี้ในสมัยนั้นเป็นที่ร่ำลือมากว่าครั้งนึง เคยมีการลองวิชากันของสุดยอดผู้เรืองอาคม2ท่าน ว่าแน่ทั้งคู่

ทางคุ้มเทวาขอบันทึกไว้เป็นตำนานมิให้สูญหายไปตามกาลเวลา สืบไปฯ