ไทย

หากกล่าวถึงภูมิรู้ด้านวัตถุมงคลของท่านพระอาจารย์ประสูติ วัดในเตาแล้ว ต้องยอมรับว่าท่านทราบและรู้แบบถึงกึ๋นแทบทุกแขนง ใช่ว่าแต่วิชาทางใต้บ้านเกิดท่าน แม้แต่วิชาของภาคอื่นๆท่านก็รู้และเรียนมามากมาย

แต่เท่าที่ได้ทราบจากการได้สัมผัสพระอาจารย์ท่าน หากสิ่งใดที่ท่านเพียงแต่รู้ แต่ไม่เชี่ยวชาญเป็นวสี(ความชำนาญ) ท่านก็มักไม่ค่อยอยากสร้าง จะสังเกตได้ว่าพระอาจารย์ท่านมักนิยมสร้างพวกเครื่องรางต่างๆมากเป็นพิเศษ เพราะท่านว่าตรงกับจริตของท่าน ยิ่งวิชาสายเมตตาตั้งแต่ขั้นธรรมดา จนไปถึงแบบสายหวานน้ำตาลหยด แหมะ! แหมะ! ท่านก็เสกได้ถึงใจลูกศิษย์ลูกหาจริงๆ

ท่านว่าเมื่อสมัยมาเป็นสมภารวัดในเตาแห่งนี้ใหม่ๆ ตอนนั้นยังถือวิชาพวกมหาอุต คงกระพันที่ได้รับถ่ายทอดมาจากพ่อท่านแสงซะส่วนมาก ท่านบอกว่า มึงเชื่อกูไหม? วิชาพ่อท่านแสงนี่ขลังจริงๆ จนกูต้องยกมือไหว้ขอท่านเลย เพราะศรัทธาแทบไม่มีมาวัดเลย การพัฒนาวัดจึงไปต่อได้ยาก หลังจากนั้นท่านจึงเน้นเอาวิชาด้านเมตตามาทำ มาถือขึ้นแทน ผลปรากฎว่า วัดจึงเริ่มมีคนเข้ามา ทั้งคนไทยและต่างประเทศ จนสามารถพัฒนาเป็นวัดในเตาที่สวยงามอยู่กลางเขาได้มาจนถึงทุกวันนี้

หากกล่าวถึงเฉพาะในหมวดเครื่องรางของพระอาจารย์สูติแล้ว ล้วนมีประสบการณ์มากมายเช่น แม่หม่อมกวัก หุ่นพยนต์ เจ็ดนารีพันหลัก กุมาร เสือเฒ่า ตาพรานบุญ ชูชก แม่นางกวักมโนราห์ฯลฯ แต่วิชาทีเด็ดที่ทำให้ชื่อเสียงท่านพระอาจารย์ประสูติโด่งดังเป็นพลุแตกทั้งในไทย มาเลเซีย สิงคโปร์เมื่อกว่า10ปีที่ผ่านมา

คงไม่พ้นวิชา "เจ็ดนารีพันหลัก" เรียกว่าใครมาวัดในเตา ล้วนต้องถามหา และบูชาติดมือกลับไปทั้งสิ้น ด้วยมีความเชื่อว่าอิทธิคุณนั้นเด่นมากด้านเมตตาแบบสายหวานเจี๊ยบ จนทำให้มีพวกหัวใส ทำของปลอมออกมามากมายไปหมด